
แนวโน้มการส่งออกอาจลดลงต่อในเดือนมีนาคม–เมษายน จากแรงกดดันด้านการขนส่งและมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ข้อมูลจากศุลกากรจีนที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ระบุว่า การส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูป (finished steel) ของจีนในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ อยู่ที่ 15.591 ล้านตัน ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปริมาณการส่งออกเฉลี่ยรายวันในช่วงสองเดือนแรก อยู่ที่ 264,254 ตันต่อวัน ลดลง 27.5% จากเดือนธันวาคม 2025 และถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม 2024
แหล่งข่าวในวงการค้าบางแห่งระบุว่า พวกเขาคาดการณ์ว่าการส่งออกเหล็กจะลดลงอีกอย่างน้อยในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน เนื่องจากเส้นทางการขนส่งไปยังตะวันออกกลางหยุดชะงัก และเคสการต่อต้านการทุ่มตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น
จากมาตรการของรัฐบาลจีนที่เข้มงวดมากขึ้นในการปราบปรามการค้าขายแบบ ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Non-VAT trades) ในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ การนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปของจีนอยู่ที่ 827,000 ตัน ลดลง 21.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปริมาณนำเข้าเฉลี่ยรายวันลดลง 16% จากเดือนธันวาคม 2025 เหลือ 14,017 ตันต่อวัน ส่งผลให้ การส่งออกสุทธิของเหล็กสำเร็จรูปของจีน (Net finished steel exports) ในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ อยู่ที่ 14.764 ล้านตัน ลดลง 7.2% หรือประมาณ 1.15 ล้านตัน เมื่อเทียบกับปีก่อน
ผู้ค้าชาวจีนบางรายกล่าวว่า การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของการส่งออกเหล็กจีน ในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์นั้น เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ หลังจากที่มีการเร่งส่งออกจำนวนมากในเดือนธันวาคม เนื่องจากผู้ประกอบการต้องการดำเนินพิธีการศุลกากรให้เสร็จก่อนสิ้นปี เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากจากการนำระบบ ใบอนุญาตส่งออก (Export licensing) มาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จีนได้นำระบบใบอนุญาตส่งออกสำหรับสินค้าเหล็กกลับมาใช้อีกครั้งในเดือนมกราคม เพื่อควบคุมการค้าขายแบบ ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Non-VAT trades)
ผู้ค้าหลายรายระบุว่า การค้าประเภทนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกเหล็กของจีนในปี 2025 เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสามารถขายสินค้าได้ในราคาที่ต่ำกว่า
แหล่งข่าวจากผู้ค้าจีนกล่าวว่า “การค้ารูปแบบ Non-VAT ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญแล้ว ซึ่งในระยะสั้นปัจจัยนี้อาจยังคงกดดัน ปริมาณการส่งออกเหล็กของจีนต่อไป”